น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ สกัดเย็น เกรดออร์แกนิค (Organic Cold Press Virgin Coconut Oil) น้ำมันแห่งสุขภาพและความงาม ตรากิฟฟารีน Giffarine Coconut Oil
น้ำมันมะพร้าว กิฟฟารีน สกัดเย็น ออร์แกนิค ลดระดับคอเลสเตอรอล ลดไขมันสะสม ลดน้ำหนัก เร่งอัตราการเผาผลาญ ต้านเชื้อไวรัส ดีต่อผิวพรรณ
มาทำความรู้จักกับ มะพร้าว กันค่ะ
มะพร้าว ได้รับการยกย่องว่าเป็น “ต้นไม้แห่งชีวิต” เพราะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย และในปัจจุบันกระแสการนำน้ำมันมะพร้าวมาใช้ในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ มีแนวโน้มที่สูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการนำมาใช้เป็นส่วนผสมในครีมบำรุงผิว น้ำมันหมักผม แชมพู ครีมนวดผม หรือแม้กระทั่งนำมาสกัดเป็นน้ำมันเพื่อใช้ในการดูแลสุขภาพได้อีกด้วย
น้ำมันมะพร้าวคืออะไร
น้ำมันมะพร้าว เป็นน้ำมันมีกรดไขมันอิ่มตัวสูงที่สุดในโลก แต่กรดไขมันอิ่มตัวในน้ำมันมะพร้าวไม่ได้อันตรายอย่างที่คิด เพราะน้ำมันมะพร้าวอุดมไปด้วยกรดไขมันชนิดสายยาวปานกลาง (Medium chain triglyceride ; MCT) ซึ่งร่างกายสามารถดูซึมและนำไปใช้ได้ดีกว่าไขมันชนิดสายยาว (Long chain triglyceride ; LCT) ที่พบในน้ำมันพืชบางชนิดและน้ำมันสัตว์ทั่วไป เราจึงสามารถนำน้ำมันมะพร้าวมาใช้ดูแลสุขภาพได้อย่างปลอดภัย และไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพเหมือนไขมันอิ่มตัวชนิดอื่นๆ
เหตุใดเราจึงควรบริโภค น้ำมันมะพร้าว
กรดไขมันที่พบมากในน้ำมันมะพร้าว ได้แก่ กรดลอริก (Lauric acid) มีคุณสมบัติเด่นคือ ช่วยต้านการติดเชื้อ ได้แก่ ไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา อีกทั้งยังเป็นกรดไขมันที่พบในน้ำนมแม่ ซึ่งมีประโยชน์ต่อทารกในการช่วยสร้างระบบภูมิคุ้มกันโรค นอกจากนี้กรดลอริกจะถูกร่างกายนำไปเปลี่ยนเป็นพลังงานได้เร็ว ไม่สะสมในเนื้อเยื่อ เพื่อกระตุ้นการผลิตความร้อนในร่างกาย จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเผาผลาญไขมันสะสมได้ดีขึ้น
ประโยชน์ดีๆ จากน้ำมันมะพร้าว
สรรพคุณของน้ำมันมะพร้าวที่มีต่อสุขภาพ
มาดูกันว่าในน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นนั้นแฝงไว้ด้วยประโยชน์สุขภาพในเรื่องใดบ้าง
1. กินแล้วไม่อ้วน
น้ำมันมะพร้าวให้พลังงานน้อยกว่าน้ำมันชนิดอื่น นั่นคือ 8.6 กิโลแคลอรีต่อกรัม ในขณะที่น้ำมันชนิดอื่นให้พลังงานถึง 9 กิโลแคลอรีต่อกรัม มีกรดไขมันอิ่มตัวที่ไม่ทำให้เกิดสารอนุมูลอิสระและไขมันทรานส์ น้ำมันมะพร้าวช่วยเพิ่มอัตราเมตาบอลิซึมนานถึง 24 ชั่วโมง ทำให้อาหารหรือปริมาณแคลอรีถูกนำไปเผาผลาญมากขึ้น ไม่เหลือเป็นแคลอรีส่วนเกิน ที่จะถูกสะสมเป็นไขมันส่วนเกิน
2. กระตุ้นการขับถ่าย
น้ำมันมะพร้าวมีกรดไขมันอิ่มตัวสายปานกลาง ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของลำไส้ใหญ่ จึงช่วยกระตุ้นการขับถ่าย สำหรับคนที่กินน้ำมันมะพร้าวในระยะแรกอาจมีอาการท้องเสีย ถือว่าเป็นอาการปกติ แต่ถ้าหากกินไปสักระยะแล้วยังมีอาการท้องเสียอยู่ ควรหยุดทาน เพราะน้ำมันมะพร้าวอาจไม่เหมาะกับธาตุในร่างกาย
3. บำรุงกำลัง
น้ำมันมะพร้าวนั้นกินแล้วย่อยง่าย ร่างกายดูดซึมไปใช้ในกระบวนการเผาผลาญได้ทันที อีกทั้งกินแล้วอิ่มนาน จึงทำให้ร่างกายมีกำลังเพิ่มขึ้นโดยธรรมชาติ ซึ่งไม่ทำให้เกิดผลข้างเคียงใด ๆ ด้วยเหตุนี้ น้ำมันมะพร้าวจึงถูกนำไปบำรุงกำลังแก่นักกีฬาทั้งแบบชงดื่ม และแบบแท่ง รวมถึงเป็นอาหารเสริมสำหรับผู้สูงอายุด้วย
4. ช่วยลดความเสี่ยงเป็นโรคกลุ่มเสื่อม
น้ำมันมะพร้าวมีคุณสมบัติลดคอเลสเตอรอลชนิดเลว (LDL) และช่วยเพิ่มคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) จึงช่วยลดความเสี่ยงเป็นโรคกลุ่มเสื่อมต่าง ๆ เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคอ้วน โรคหัวใจ โรคตับ และโรคไต
5. บำรุงกระดูก
สารอาหารในน้ำมันมะพร้าวนั้นอุดมไปด้วยแร่ธาตุที่จำเป็นต่อความแข็งแรงของกระดูก ได้แก่ แคลเซียม และแมกนีเซียม จึงช่วยเสริมสร้างมวลกระดูก ไม่ให้เปราะ แตกหักง่าย
6. บำรุงครรภ์
น้ำมันมะพร้าวถือว่าเป็นอาหารที่ดีต่อคุณแม่และทารกน้อยในครรภ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากคุณแม่รับประทานน้ำมันมะพร้าวในช่วงตั้งครรภ์ ก็จะช่วยให้ทารกมีภูมิคุ้มกันที่ดี และเป็นการเพิ่มคุณค่าของน้ำนมแม่อีกด้วย เพราะในน้ำมันมะพร้าวอุดมไปด้วยกรดลอริก ซึ่งเป็นกรดไขมันที่พบได้ในน้ำนมแม่ นอกจากนี้ยังมีแร่ธาตุแคลเซียมและแมกนีเซียม ที่จะช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง รวมทั้งป้องกันภาวะกระดูกพรุน หรือการสูญเสียแคลเซียมของคุณแม่ในช่วงตั้งครรภ์อีกด้วย
7. ช่วยให้การนอนหลับดีขึ้น
ในน้ำมันมะพร้าวอุดมไปด้วยกรดลอริก กรดคาปริก และกรดคาปริลิก ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยผ่อนคลาย การรับประทานน้ำมันมะพร้าวติดต่อกันทุกวันในปริมาณเพียงเล็กน้อยจะช่วยให้คุณนอนหลับได้สนิทขึ้น และยังช่วยบรรเทาอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง ลดความเครียด และอาการอ่อนเพลียได้ด้วย
8. ลดการอักเสบและติดเชื้อ
น้ำมันมะพร้าวสามารถช่วยบรรเทาอาการเจ็บป่วยต่าง ๆ ที่เกิดจากการติดเชื้อได้ เพราะกรดลอริกในน้ำมันมะพร้าวจะถูกเปลี่ยนเป็น สารมอโนลอริน (monolaurin) มีคุณสมบัติสร้างภูมิคุ้มกัน และมีฤทธิ์ฆ่าแบคทีเรีย ถือเป็นเป็นทั้งยาปฏิชีวนะธรรมชาติที่ช่วยบรรเทาอาการเจ็บป่วยจากการติดเชื้อต่าง ๆ เช่น เชื้อไข้หวัดใหญ่เริม คางทูม เจ็บคอ
9. บำรุงสุขภาพในช่องปาก
น้ำมันมะพร้าวมีคุณสมบัติลดการสะสมของแบคทีเรียในช่องปาก อันเป็นสาเหตุให้เกิดคราบพลัคที่จะนำไปสู่ปัญหาต่าง ๆ ภายในช่องปาก เช่น เหงือกอักเสบ เหงือกช้ำ บวม แดง หรือเลือดออกตามไรฟัน รวมถึงอาการติดเชื้อบริเวณลำคอด้วย วิธีใช้คือนำน้ำมันมะพร้าวมาอมบ้วนปากครั้งละ 1-2 ช้อนโต๊ะ วันละ 1 ครั้ง
10. ช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง
น้ำมันมะพร้าวมีกรดไขมันอิ่มตัวสูงถึงร้อยละ 92 ที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย และยังมีวิตามินไบโอที่มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยลดความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็ง เช่น มะเร็งลำไส้ มะเร็งเต้านม มะเร็งตับ และมะเร็งผิวหนัง
วิธีเลือกซื้อน้ำมันมะพร้าว
สำหรับน้ำมันมะพร้าวในท้องตลาดนั้น มีให้เลือกมากมายหลายยี่ห้อ แต่ไม่ใช่ทุกยี่ห้อที่จะมีประโยชน์และปลอดภัยจริงๆนะคะ โดยทั่วไปการสกัดน้ำมันมะพร้าวจะมีอยู่ด้วยกัน 2 แบบหลักๆ คือ สกัดร้อน และสกัดเย็น โดยการสกัดร้อนนั้นจะใช้ความร้อนในการสกัดเพื่อให้ได้น้ำมันออกมา อาจมีการใช้สารเคมีในการฟอกสีน้ำมันและกำจัดกลิ่น ส่วนการสกัดเย็น จะใช้การบีบอัดเนื้อมะพร้าวโดยตรง ซึ่งจะควบคุมอุณหภูมิในการสกัด โดยไม่ผ่านการให้ความร้อนหรือสารเคมีใดๆ ทำให้น้ำมันมะพร้าวที่ได้จะคงไว้ซึ่งสารสำคัญต่างๆ มีกลิ่นรสตามธรรมชาติ และมีความบริสุทธ์สูงนั่นเอง ดังนั้น น้ำมันมะพร้าวที่ดีและเหมาะแก่การดูแลสุขภาพมากที่สุดคือ น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์สกัดเย็นค่ะ
ทำไมต้องเป็นน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น เกรดออร์แกนิค??น้ำมันมะพร้าวที่ผลิตจากวัตถุดิบที่ปลูกภายใต้การควบคุมตามมาตรฐานของเกษตรอินทรีย์
ที่ผ่านกรรมวิธีการสกัดด้วยกระบวนการบีบอัดเนื้อมะพร้าวโดยตรง โดยไม่ผ่านกระบวนการทางเคมี
หรือการให้ความร้อนใดๆ จะคงไว้ซึ่งสารสำคัญต่างๆ ที่มีกลิ่น รส ตามธรรมชาติ และมีความบริสุทธิ์สูง
นอกจากนี้ ยังไม่มีการปนเปื้อนใดๆ จากสารเคมีที่เป็นพิษ จึงมีความปลอดภัยสูงมาก
รู้หรือไม่? มะพร้าวไทยได้รับการยอมรับจากทั่วโลก
เนื่องจากไทยมีการส่งออกมะพร้าวเป็นอันดับ 1 ใน 7 ของโลก ซึ่งมะพร้าวไทยเป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศเป็นจำนวนมาก และจากข้อมูลส่งออกในปี 2558 มะพร้าวไทยถูกส่งออกไปยังประเทศต่างๆกว่า 80,000 ตัน รวมมูลค่ากว่า 1,700 ล้านบาท โดยเฉพาะในประเทศสหรัฐอเมริกาและจีนมีความต้องการมะพร้าวไทยสูงมาก เนื่องจากกระแสการดูแลสุขภาพด้วยน้ำมันมะพร้าว และการบริโภคน้ำมันมะพร้าวมีมากขึ้นนั่นเอง
4 เหตุผลดีๆ ที่ควรเลือก กิฟฟารีน โคโคนัท ออยล์ (Giffarine Coconut Oil) น้ำมันมะพร้าวกิฟฟารีน
1.น้ำมันมะพร้าวกิฟฟารีน สกัดจากมะพร้าวธรรมชาติ 100% ได้รับการรับรองมาตรฐาน 100% ออร์แกนิค มั่นใจในความปลอดภัย ไม่ผ่านกระบวนการทางเคมี
2.กิฟฟารีน โคโคนัท ออยล์ (น้ำมันมะพร้าวกิฟฟารีน) ใช้วิธีสกัดเย็นในการผลิต
บีบอัดจาก เนื้อมะพร้าวโดยตรง ไม่ผ่านกระบวนการทางเคมี และการให้ความร้อนใดๆ
จึงคงไว้ซึ่งสารสำคัญต่างๆ ที่มีกลิ่นรสตามธรรมชาตและมีความบริสุทธิ์สูง
3. กิฟฟารีน โคโคนัท ออยล์ (น้ำมันมะพร้าวกิฟฟารีน) ผลิตจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน GMP และ Halal มีความน่าเชื่อถือ
4.มีการวิเคราะห์และตรวจสอบคุณภาพของน้ำมัน ให้เป็นไปตามมาตรฐานของ CODEX
ดังนั้น มั่นใจได้ในคุณภาพและความปลอดภัย
ความพิเศษของน้ำมันมะพร้าวอยู่ตรงที่เราสามารถตวงกับช้อนแล้วกินได้เลย หรือจะนำไปปรุงเป็นเมนูคาวหวานก็ได้ แม้ว่าน้ำมันมะพร้าวจะกินแล้วดีต่อสุขภาพ แต่ก็ยังต้องระวังเรื่องปริมาณการบริโภค รวมถึงต้องปรับพฤติกรรมการกินควบคู่ไปด้วย มิเช่นนั้น อาจให้ผลตรงกันข้าม
สำหรับวิธีการกินน้ำมันมะพร้าวที่เหมาะสมนั้น อาจยึดหลักจากน้ำหนักตัว ดังนี้
- น้ำหนักตัว 30-40 กิโลกรัมขึ้นไป สามารถบริโภคได้ไม่เกิน 0.5 ช้อนโต๊ะต่อวัน
- น้ำหนักตัว 40.1-60 กิโลกรัมขึ้นไป สามารถบริโภคได้ไม่เกิน 1 ช้อนโต๊ะต่อวัน
- น้ำหนักตัว 60.1-80 กิโลกรัมขึ้นไป สามารถบริโภคได้ไม่เกิน 1.5-2 ช้อนโต๊ะต่อวัน
- น้ำหนักตัว 80.1 กิโลกรัมขึ้นไป สามารถบริโภคได้ไม่เกิน 2.5-3 ช้อนโต๊ะต่อวัน
- เด็กอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป ไม่เกินวันละ 1-2 ช้อนชา
- ผู้สูงอายุรับประทานไม่เกินวันละ 1-2 ช้อนโต๊ะต่อมื้อ
ทั้งนี้ การกินน้ำมันมะพร้าวภายในครั้งเดียวร่างกายอาจรับไม่ได้ ดังนั้น ควรจะแบ่งทานเป็น 3 เวลา นอกจากนี้อาจรวมถึงการนำน้ำมันมะพร้าวไปเป็นส่วนหนึ่งในการปรุงประกอบอาหาร เช่น นำไปผัดอาหารแทนน้ำมันชนิดอื่น ๆ
อย่างไรก็ดี ควรเลือกผลิตภัณฑ์น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GMP จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข
น้ำมันมะพร้าว มีข้อเสียไหม
ตามกลไกของร่างกายแล้ว การกินน้ำมันวันละประมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะนั้น ถือเป็นปริมาณที่ร่างกายสามารถกำจัดออกได้หมด คำแนะนำส่วนใหญ่จึงถือว่าการกินน้ำมันมะพร้าววันละ 1-2 ช้อนโต๊ะ เป็นปริมาณที่เหมาะสม
อย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลด้วยว่ารับพลังงานไขมันจากแหล่งอื่นมากน้อยแค่ไหน โดยคำแนะนำคือปริมาณบริโภคเมื่อรวมกับน้ำมันและไขมันในอาหารชนิดอื่น ๆ แล้ว ไม่เกินวันละ 3-4 ช้อนโต๊ะ หรือประมาณ 60 กรัม ดังนั้น หากเป็นคนที่ได้รับน้ำมันและไขมันจากอาหารชนิดต่าง ๆ แล้ว 2 ช้อนโต๊ะ ก็สามารถบริโภคน้ำมันมะพร้าวได้อีกไม่เกิน 2 ช้อนโต๊ะ หรือถ้าเป็นคนที่ทานมังสวิรัติ ไม่รับประทานนม ไข่ ชีส หรือน้ำมันอื่น ๆ ก็อาจทานน้ำมันมะพร้าวได้มากขึ้น
ดังนั้น ทางที่ดีควรพิจารณาจากความเหมาะสมของสุขภาพตัวเอง เพราะถ้าหากทานเกินกว่าความต้องการของร่างกาย ร่างกายกำจัดออกไม่หมด ก็เกิดการสะสมได้ไม่ต่างจากไขมันประเภทอื่น
น้ำมันมะพร้าว ทาหน้าได้ไหม
น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นสามารถนำมาทาหน้าได้นะคะ เพียงแต่มีข้อควรรู้ในการใช้อยู่บ้าง เรามาอ่านกันดีกว่าว่า ควรใช้น้ำมันมะพร้าวทาหน้าอย่างไร ให้ได้หน้าขาวใสวิ้ง ๆ อย่างใจต้องการ
- ทาตอนกลางคืนดีกว่ากลางวัน เพราะน้ำมันมะพร้าวมีคุณสมบัติอุ้มแสง อาจทำให้ผิวหน้าเราคล้ำลงบ้าง แต่สีผิวก็จะสม่ำเสมอกัน เพราะน้ำมันมะพร้าวมีคุณสมบัติกระจายแสง
- สามารถผสมกับไนท์ครีมที่ใช้อยู่เป็นประจำได้ โดยการหยดน้ำมันมะพร้าวประมาณ 1-2 หยดผสมกับไนท์ครีมที่ใช้อยู่ประจำ จะช่วยเก็บล็อกความชุ่มชื้นให้ผิวยามหลับได้ดี
- หากเป็นคนผิวหน้ามัน และผิวแพ้ง่าย ควรหลีกเลี่ยง เพราะจะยิ่งทำให้สิวขึ้นเห่อ
- ใช้มาร์กหน้าเพิ่มความชุ่มชื้นได้ นำสำลีชุบน้ำอุ่นบีบให้หมาด แล้วหยดน้ำมันมะพร้าวประมาณ 1-2 หยดบนสำลี เช็ดเบา ๆ ให้ทั่วใบหน้าโดยไม่ต้องล้างออก
Cr. kapook.com
น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น กิฟฟารีน โคโคนัท ออยล์ ชนิดแคปซูล
ส่วนประกอบที่สำคัญใน 1 แคปซูล : น้ำมันมะพร้าวออร์แกนิคธรรมชาติสกัดเย็น 500 มก.
คำเตือน : อ่านคำเตือนในฉลากก่อนบริโภค ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
วิธีใช้ :รับประทานครั้งละ 2 แคปซูล พร้อมอาหาร วันละ 1-2 ครั้ง
รหัสสินค้า 82046
ปริมาณสุทธิ : 60 แคปซูล
น้ำหนักรวม : 75 กรัม
ราคาเต็ม 420 บาท
ปริมาณสุทธิ : 60 แคปซูล
น้ำหนักรวม : 75 กรัม
ราคาเต็ม 420 บาท
โปรโมชั่นประจำเดือน
สั่งซื้อน้ำมันมะพร้าวกิฟฟารีน (Giffarine Coconut Oil)
3 กระปุก แถมฟรี 1 กระปุก




















