วันพุธที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2563

ทำไมต้องเลือกใช้ ผลิตภัณฑ์เกษตรกิฟฟารีน


1. แหล่งวัตถุดิบที่ดี มีคุณภาพ กระบวนการผลิตได้มาตรฐาน
แม่ปุ๋ย(ปุ๋ยเกล็ดโกรแมกซ์) นำเข้าจากประเทศอิสราเอล
ธาตุรอง ธาตุเสริม นำเข้าจากประเทศฝรั่งเศส สเปน เบลเยี่ยม อเมริกา
2. ธาตุรอง ธาตุเสริม อยู่ในรูปที่เป็นประโยชน์ที่สุด เช่น ธาตุเสริมในรูปของคีเลท
3. ให้ความรู้แก่สมาชิกผู้แนะนำโดยนักวิชาการ มีการอบรมสัมมนาการเกษตรทุกเดือน ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ และที่สำนักงานกิฟฟารีนทั่วประเทศ
4. ให้ความรู้แก่เกษตรกรโดยนักวิชาการ ให้การแนะนำผลิตภัณฑ์วิธีการใช้ในภาคสนามในพื้นที่ของเกษตรกร มีแผ่นพับวิธีการใช้กับพืชหลากหลายชนิดพืช
5. บริการหลังการขายที่ดีเยี่ยม ติดตามดูแลหลังการใช้อย่างต่อเนื่องด้วยความรับผิดชอบและใส่ใจ




สุดยอดของปุ๋ยโกรแม็กซ์ ของกิฟฟารีน


วัตถุดิบจากประเทศอิสราเอล

– ใช้หินฟอสเฟต เพื่อผลิตแม่ปุ๋ยที่ให้ธาตุฟอสฟอรัส
– วัตถุดิบจากทะเลสาบเดดซี ในการผลิตแม่ปุ๋ยที่ให้ธาตุโพแทสเซี่ยม
– แม่ปุ๋ยที่ได้จึงมีความสม่ำเสมอ เพราะมาจากแหล่งเดียวกัน

การผลิต

         ปุ๋ยโกรแม็กซ์จะผ่านการบด และเนื้อปุ๋ยจะถูกผสมเป็นเนื้อเดียวกัน (Bulk Blend) ตามประบวนการผลิตในระยะเวลาที่กำหนด ที่ห้องควบคุมความชื้น
          ดังนั้น จะไม่มีสิ่งแปลกปลอมปะปนกับปุ๋ย พร้อมทั้งใช้สีผสมอาหารในการแยกสูตรปุ๋ยให้เกษตรกรสะดวกในการจดจำสูตร

การควบคุมคุณภาพ


– ในระหว่างการผลิตปุ๋ย จะถูกกำหนดชุดการผลิต และวันที่ผลิต
– ปุ๋ยที่ไม่ผ่านกระบวนการคุณภาพ (QC) ก็จะถูกคัดออกไป
– ปุ๋ยที่ผ่านกระบวนการคุณภาพ (QC) ก็จะนำมาบรรจุเพื่อรอจำหน่าย
– ปุ๋ยที่จะส่งออกจำหน่ายทุกชุดการผลิต จะถูกส่งมาตรวจสอบที่ห้องปฏิบัติการของบริษัทฯ (ปัจจุบันอยู่ระหว่างยื่นขอการรับรอง ISO 17025/2548)
– ปุ๋ยที่ผ่านการควบคุมคุณภาพ (QC) จะถูกส่งเพื่อจำหน่าย

สุดยอดธาตุอาหารรอง-เสริม ของปุ๋ยกิฟฟารีน

นอกจากปุ๋ยโกรแม็กซ์ N-P-K
          สูตรต่างๆ จะใส่ธาตุอาหารรอง – เสริม จำนวนหนึ่งแล้ว ยังมีการรับผลิตธาตุอาหารรอง-เสริม ให้เกษตรกรเลือกใช้ตามความจำเป็น ทั้งปริมาณการใช้และธาตุอาหารนั้นๆ ในระยะที่ต้องการ ซึ่งประกอบด้วย
ธาตุเหล็ก Fe EDDHA (ผลิตภัณฑ์จากประเทศฝรั่งเศส)

          ลิควิดไอออน เป็นธาตุเหล็กคีเลทในรูป Fe EDDHA มีความสามารถในการละลายน้ำที่มี pH เป็นกรดถึงเป็นกลางแตกต่างจาก Fe EDDHA ซึ่งจะมีปัญหาเมื่อใช้กับน้ำที่มี pH เป็นกลาง ถึงกรดอ่อนๆ (pH 6-7) บริษัทฯ แนะนำฉีดเสริมธาตุเหล็ก เมื่อพืชปลูกในดินที่มี pH สูง หรือฉีดเสริมขณะพืชแตกใบอ่อน เป็นช่วงที่พืชต้องการธาตุเหล็กสูง

ธาตุแมงกานีส (ผลิตภัณฑ์จากประเทศฝรั่งเศส)
          ไบรท์กรีน เป็นแมงกานีสคีเลท ใช้ในขณะที่พืชกำลังสร้างผลผลิต ช่วยให้ใบสามารถสร้างอาหาร ส่งไปยังดอกและผลได้มากขึ้น โดยใบไม่โทรม

ธาตุสังกะสี (ผลิตภัณฑ์จากประเทศฝรั่งเศส)
          เม็กก้า-ซิงค์ เป็นสังกะสีคีเลท ฉีดพ่นเพื่อช่วยยือส่วนต่างๆ ของพืช เช่น ยอด ในกรณีอากาศร้อน หรือ ยอดโดนทำลายจากแมลง และช่วยยืดช่อดอก ขยายผล

  โบโรแคล ประกอบด้วยแคลเซี่ยมคีเลทจากฝรั่งเศส และโบรอนจากสหรัฐอมริกา ใช้ในสัดส่วนที่พอเหมาะ เพื่อให้พืชเสริมสร้างความแข็งแรงของราก และสามารถสะสมอาหารได้ทุกระยะการเจริญเติบโตและแคลเซี่ยมเป็นธาตุที่เสริมสร้างความแข็งแรงและใช้มาก เนื่องจากพืชมีการแบ่งเซลล์ตลอดเวลา แต่ถ้าพืชขาดธาตุอาหารรอง-เสริมเหล่านี้ จะทำให้พืชอ่อนแอต่อโรคแมลงในช่วยมีการระบาดของโรคหรือภาวะเอื้อต่อโรค เช่น เกษตรกรให้ปุ๋ยไนโตรเจนมากเกินไป หรือฝนขาดช่วงแนะให้เพิ่มอัตราการใช้
โมเด็ม ธาตุโมลิบดินั่ม
          แนะนำให้ใช้กับพืชตระกูลถั่ว เพื่อให้มีการใช้ไนโตรเจนในพืชตระกูลถั่วสมบูรณ์แบบ (พืชตระกูลถั่วสามารถดึงไนโตรเจนจากอินทรีย์ได้)

แม็กนีเซีย แมกนีเซียมไนเตรท
          ให้ธาตุแมกนีเซี่ยมและไนโตรเจนรูปของไนเตรท 70% เหมาะกับการทำให้ใบอ่อนในพืชผลและพืชผักกินใบ

รับปรึกษาปัญหาพืชทุกชนิด ฟรี!
สนใจสมัครตัวแทนหรือสั่งซื้อ 
ติดต่อ Line@ : @giffarineshops
สั่งซื้อออนไลน์ หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
โทร. 098-2499463  /Line@ : giffarineshops

ดูรายละเอียดปุ๋ยกิฟฟารีน คลิกที่รูปเลยจ้า



ปุ๋ยกิฟฟารีน ธาตุอาหารหลัก เกษตรยุคใหม่ ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต


ปุ๋ยกิฟฟารีน ธาตุอาหารหลัก เกษตรยุคใหม่ ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต


ปุ๋ยกิฟฟารีน ธาตุอาหารหลัก สามารถเลือกเพิ่มผลผลิตให้เยอะกว่าเดิม เพิ่มขนาด,เพิ่มแป้ง,เพิ่มรสชาติและเพิ่มน้ำหนัก บังคับให้ออกดอกนอกฤดูตามที่เกษตรกรต้องการ เพิ่มความเขียว ยืดอายุการเก็บเกี่ยวที่นานขึ้นกว่าปกติ ปรับปรุงดินที่ด่างให้ร่วนซุย เกษตรที่เคยใช้ต่างการันตรีว่าดี และใช้ตลอดเพราะต้นทุนไม่สูง แต่ผลผลิตได้มากกว่าเดิม ดินที่เสื่อมโทรม ก็มีคุณภาพดีขึ้น ในเวป นี้จะมาแนะนำ ธาตุอาหารหลักของพืช ว่ามีตัวไหนบ้าง ลองเลือกใช้ตามความเหมาะสมของพืชที่ท่านปลูกนะคะ

ท็อป-เอ็น (30-0-0) ปุ๋ยควบคุมการปลดปล่อย ธาตุไนโตรเจนกับพืช เทคโนโลยีล่าสุด ลิขสิทธิ์ผลิตเฉพาะของบริษัท เทสเซนเดอร์โล สหรัฐอเมริกา ผู้จัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวโดย บริษัทกิฟฟารีนสกายไลน์ยูนิตี้จำกัด
ไนโตรเจน ที่อยู่ในรูปของไนโตรเจนที่ปลดปล่อยต่อเนื่อง (Slow Release) สามารถปลดปล่อยไนโตรเจนได้อย่างยาวนาน ในจำนวนที่เหมาะสม ไม่มากเกินไปและต่อเนื่อง พืชจึงสามารถใช้ไนโตรเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและเพียงพอ ต่อเนื่องตามระยะที่พืชต้องการ กิฟฟารีน ท็อป-เอ็น 30-0-0 คือไนโตรเจนในรูปของไตรอะโซน ค่อยๆ แตกตัวให้ไนโตรเจนแก่พืช ช่วยลดปัญหาการสะสม ไนเตรต หรือ ไนโตรเจนในดินหรือพืช ช่วยในการรักษาสภาพแวดล้อม สามารถใช้ได้ทั้งทางใบและทางดินตามระบบน้ำ(Fertigation) หรือการปลูกพืชในสารละลาย (Hydroponic)
ข้อแนะนำ: ให้ใช้ในช่วงที่พืชกำลังออกดอก (ดอกตูม) และหลังจากดอกโรยแล้ว (กรณีไม้ผล) ดอกและผลพัฒนาได้อย่างเต็มที่ ดอกโตมีเปอร์เซ็นต์การติดผลสูง ผลจะโตสม่ำเสมอกัน มีขนาดไล่เลี่ยกัน และยังช่วยให้พืชทนแล้ง ยืดอายุการเก็บเกี่ยวและความสมบรูณ์ของพืชล้มลุก โดยควรฉีดร่วมกับ เจอร์มิเนท + โบโรแคล ในช่วงที่แล้งมากๆ  ระยะติดผลเล็กให้ใช้ผสมกับโกรแม็กซ์ 15-15-15

รหัสสินค้า 52101  ขนาด 1 ลิตร ,ราคาสินค้า 400 บาท
รหัสสินค้า 52102  ขนาด 5 ลิตร ,ราคาสินค้า 1,800 บาท

โกรแม็กซ์ 30-10-10
เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นมาสำหรับการเกษตรแผนใหม่ เป็นปุ๋ยที่ใช้ได้ทั้งทางรากและทางใบหรือให้ทางระบบน้ำ (Fertigation) ปุ๋ยเกล็ดโกรแม็กซ์ละลายน้ำได้ 100% ไม่มีกาก จึงไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะติดหัวฉีด หรือเครื่องพ่นยา ปุ๋ยเกล็ดโกรแม็กซ์ เมื่อใช้ฉีดพ่นทางใบ เมื่อหยดน้ำยา(ปุ๋ย) ลงดินพืชสามารถดูดใช้ได้ทางราก ปุ๋ยเกล็ดโกรแม็กซ์จึงสามารถถูกใช้ประโยชน์ได้สูงสุด ไม่สูญเสีย ที่สำคัญที่สุด ปุ๋ยเกล็ดโกรแม็กซ์ ผลิตจากวัตถุดิบที่ปราศจากคลอไรด์ (CL) ปุ๋ยเกล็ดโกรแม็กซ์ จึงสามารถใช้ได้กับพืชทุกชนิดโดยไม่เป็นพิษ โดยเฉพาะพืชที่ไวต่อปริมาณคลอไรด์ (Chloride Sensitive) เช่น ยาสูบ, ทุเรียน, ส้ม ฯลฯ
สูตรไนโตรเจนสูง เร่งต้น ใบ เถา แตกยอด
● ใช้ในระยะดึงยอด แตกกอ สร้างใบให้มีขนาดใหญ่
● เหมาะสำหรับระยะแรกของการเติบโต
อัตราการใช้ : 50-100 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทุกๆ 5-10 วัน

รหัสสินค้า 50301  ขนาด 1 กก. ,ราคาสินค้า 212 บาท
รหัสสินค้า 50305  ขนาด 5 กก. ,ราคาสินค้า 1,040 บาท
รหัสสินค้า 50304  ขนาด 20 กก. ,ราคาสินค้า 3,540 บาท

โกรแม็กซ์ สูตร 15-15-15
เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นมาสำหรับการเกษตรแผนใหม่ เป็นปุ๋ยที่ใช้ได้ทั้งทางรากและทางใบหรือให้ทางระบบน้ำ (Fertigation) ปุ๋ยเกล็ดโกรแม็กซ์ละลายน้ำได้ 100% ไม่มีกาก จึงไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะติดหัวฉีด หรือเครื่องพ่นยา ปุ๋ยเกล็ดโกรแม็กซ์ เมื่อใช้ฉีดพ่นทางใบ เมื่อหยดน้ำยา(ปุ๋ย) ลงดินพืชสามารถดูดใช้ได้ทางราก ปุ๋ยเกล็ดโกรแม็กซ์จึงสามารถถูกใช้ประโยชน์ได้สูงสุด ไม่สูญเสีย ที่สำคัญที่สุด ปุ๋ยเกล็ดโกรแม็กซ์ ผลิตจากวัตถุดิบที่ปราศจากคลอไรด์ (CL) ปุ๋ยเกล็ดโกรแม็กซ์ จึงสามารถใช้ได้กับพืชทุกชนิดโดยไม่เป็นพิษ โดยเฉพาะพืชที่ไวต่อปริมาณคลอไรด์ (Chloride Sensitive) เช่น ยาสูบ, ทุเรียน, ส้ม ฯลฯ
สูตรเสมอพัฒนาทุกส่วนของลำต้น
● ใช้แทนโกรแม็กซ์ 30-10-10 ฉีดพ่นผักกินใบในฤดูฝน เพื่อป้องกันการได้รับปุ๋ยไนโตรเจนมากเกินไป
● ใช้ในระยะข้าวแต่งตัว (40-60 วัน)
● ฉีดขยายขนาดของผล หลังติดผลแล้ว จนถึงระยะเข้าสี
● ฉีดบำรุงต้นสำหรับพืชหัว
อัตราการใช้ : 50-100 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร ทุก 5-10 วัน

รหัสสินค้า 50401  ขนาด 1 กก. ,ราคาสินค้า 200 บาท
รหัสสินค้า 50405  ขนาด 5 กก. ,ราคาสินค้า 980 บาท
รหัสสินค้า 50404  ขนาด 20 กก. ,ราคาสินค้า 3,440 บาท

โกรแม็กซ์ สูตร 20-20-20
พัฒนาช่อดอก และพัฒนาต้น
● ใช้ฉีดเพื่อเร่งต้นกล้วยไม้ในหน้าฝน
● ใช้ฉีดเพื่อขยายขนาดช่อดอก เมื่อกำลังให้ดอก
● ใช้ฉีดเร่งต้น ใบ พืชทุกชนิดในหน้าฝน
● ใช้ฉีดพัฒนารากในพืชหัวระยะแรก

รหัสสินค้า 52001  ขนาด 1 กก. ,ราคาสินค้า 312 บาท
รหัสสินค้า 52005  ขนาด 5 กก. ,ราคาสินค้า 1,520 บาท
รหัสสินค้า 52004  ขนาด 20 กก. ,ราคาสินค้า 5,500 บาท

โกรแม็กซ์ สูตร 10-52-17
เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นมาสำหรับการเกษตรแผนใหม่ เป็นปุ๋ยที่ใช้ได้ทั้งทางรากและทางใบหรือให้ทางระบบน้ำ (Fertigation) ปุ๋ยเกล็ดโกรแม็กซ์ละลายน้ำได้ 100% ไม่มีกาก จึงไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะติดหัวฉีด หรือเครื่องพ่นยา ปุ๋ยเกล็ดโกรแม็กซ์ เมื่อใช้ฉีดพ่นทางใบ เมื่อหยดน้ำยา(ปุ๋ย) ลงดินพืชสามารถดูดใช้ได้ทางราก ปุ๋ยเกล็ดโกรแม็กซ์จึงสามารถถูกใช้ประโยชน์ได้สูงสุด ไม่สูญเสีย ที่สำคัญที่สุด ปุ๋ยเกล็ดโกรแม็กซ์ ผลิตจากวัตถุดิบที่ปราศจากคลอไรด์ (CL) ปุ๋ยเกล็ดโกรแม็กซ์ จึงสามารถใช้ได้กับพืชทุกชนิดโดยไม่เป็นพิษ โดยเฉพาะพืชที่ไวต่อปริมาณคลอไรด์ (Chloride Sensitive) เช่น ยาสูบ, ทุเรียน, ส้ม ฯลฯ
สูตร ฟอสฟอรัสสูง หยุดต้น สร้างดอก พัฒนาราก
● ใช้เมื่อต้องการหยุดการเจริญเติบโตทางด้านลำต้น เพื่อพัฒนาการออกดอก ราก ลงหัว
● เหมาะสำหรับระยะต้องการสร้างผลผลิต รากและลงหัว ติดผล ป้องกันดอก-ผลร่วง
อัตราการใช้ : 50-100 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทุกๆ 5-7 วัน

รหัสสินค้า 50501  ขนาด 1 กก. ,ราคาสินค้า 312 บาท
รหัสสินค้า 50505  ขนาด 5 กก. ,ราคาสินค้า 1,520 บาท
รหัสสินค้า 50504  ขนาด 20 กก. ,ราคาสินค้า 5,800 บาท

โกรแม็กซ์ สูตร 3-53-17
เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นมาสำหรับการเกษตรแผนใหม่ เป็นปุ๋ยที่ใช้ได้ทั้งทางรากและทางใบหรือให้ทางระบบน้ำ (Fertigation) ปุ๋ยเกล็ดโกรแม็กซ์ละลายน้ำได้ 100% ไม่มีกาก จึงไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะติดหัวฉีด หรือเครื่องพ่นยา ปุ๋ยเกล็ดโกรแม็กซ์ เมื่อใช้ฉีดพ่นทางใบ เมื่อหยดน้ำยา(ปุ๋ย) ลงดินพืชสามารถดูดใช้ได้ทางราก ปุ๋ยเกล็ดโกรแม็กซ์จึงสามารถถูกใช้ประโยชน์ได้สูงสุด ไม่สูญเสีย ที่สำคัญที่สุด ปุ๋ยเกล็ดโกรแม็กซ์ ผลิตจากวัตถุดิบที่ปราศจากคลอไรด์ (CL) ปุ๋ยเกล็ดโกรแม็กซ์ จึงสามารถใช้ได้กับพืชทุกชนิดโดยไม่เป็นพิษ โดยเฉพาะพืชที่ไวต่อปริมาณคลอไรด์ (Chloride Sensitive) เช่น ยาสูบ, ทุเรียน, ส้ม ฯลฯ
โมโนโพแทสเซี่ยมฟอสเฟต สูตรยับยั้งการแตกใบอ่อน สะสมอาหารเพื่อการออกดอก

รหัสสินค้า 50506  ขนาด 1 กก. ,ราคาสินค้า 312 บาท
รหัสสินค้า 50507  ขนาด 5 กก. ,ราคาสินค้า 1,520 บาท
รหัสสินค้า 50508  ขนาด 20 กก. ,ราคาสินค้า 5,800 บาท


โกรแม็กซ์ สูตร 6-20-30
เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นมาสำหรับการเกษตรแผนใหม่ เป็นปุ๋ยที่ใช้ได้ทั้งทางรากและทางใบหรือให้ทางระบบน้ำ (Fertigation) ปุ๋ยเกล็ดโกรแม็กซ์ละลายน้ำได้ 100% ไม่มีกาก จึงไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะติดหัวฉีด หรือเครื่องพ่นยา ปุ๋ยเกล็ดโกรแม็กซ์ เมื่อใช้ฉีดพ่นทางใบ เมื่อหยดน้ำยา(ปุ๋ย) ลงดินพืชสามารถดูดใช้ได้ทางราก ปุ๋ยเกล็ดโกรแม็กซ์จึงสามารถถูกใช้ประโยชน์ได้สูงสุด ไม่สูญเสีย ที่สำคัญที่สุด ปุ๋ยเกล็ดโกรแม็กซ์ ผลิตจากวัตถุดิบที่ปราศจากคลอไรด์ (CL) ปุ๋ยเกล็ดโกรแม็กซ์ จึงสามารถใช้ได้กับพืชทุกชนิดโดยไม่เป็นพิษ โดยเฉพาะพืชที่ไวต่อปริมาณคลอไรด์ (Chloride Sensitive) เช่น ยาสูบ, ทุเรียน, ส้ม ฯลฯ เป็นสูตรเร่งสี เพิ่มน้ำหนัก และความหวาน ช่วยให้สภาพของผลคงทนแข็งแรง ยาวนานขึ้น
พัฒนาคุณภาพ ดอก ผล หัว
● ใช้เพื่อเพิ่มน้ำหนัก ผล หัว พัฒนาสีดอก เมล็ด และลดความชื้นของเมล็ด หัว
● เหมาะสำหรับพืชในช่วงพัฒนาผลผลิต เช่น ช่วงติดผล ช่วงติดเมล็ดช่วงออกดอก
อัตราการใช้ : 50-100 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทุก 5-7 วัน

รหัสสินค้า 50601  ขนาด 1 กก. ,ราคาสินค้า 240 บาท
รหัสสินค้า 50605  ขนาด 5 กก. ,ราคาสินค้า 1,160 บาท
รหัสสินค้า 50604  ขนาด 20 กก. ,ราคาสินค้า 4,280 บาท

ท็อป-เค ( 0-0-25+15S ) เป็นเทคโนโลยีใหม่ของปุ๋ยโปแตสเซี่ยมน้ำ โดยประกอบไปด้วยธาตุโปแตสเซี่ยม และ กำมะถัน มีคุณสมบัติยับยั้งการเจริญเติบโตทางด้านลำต้นและใบ ยับยั้งการแตกใบอ่อน เพื่อการสะสมอาหารในการออกดอก เพื่อเร่งให้ผลไม้สุกเร็ว เพิ่มความหวาน การใช้ต้องใช้ตามคำแนะนำและอัตราการใช้ที่กำหนด อย่างเคร่งครัด

รหัสสินค้า 52103  ขนาด 1 ลิตร ,ราคาสินค้า 400 บาท
รหัสสินค้า 52104  ขนาด 5 ลิตร ,ราคาสินค้า 1,800 บาท


เทอร์โบ แม็ก (แม็กนีเซียม และโปแตสเซียม) 3-5 กก. ต่อ ปุ๋ยดิน 50 กิโลกรัม
จุดประสงค์:
ปุ๋ยที่ใช้ควรคู่กับปุ๋ยเม็ดสูตรต่างๆ เพื่อ เพิ่มธาตุแม็กนีเซียม เป็นปุ๋ยใช้ทางดิน

รหัสสินค้า 51801  ขนาด 25 กก. ,ราคาสินค้า 1,300 บาท

ภาพแตงกวาอายุ 1 เดือน แสดงถึงความสมบรูณ์ของลำต้นและใบจากการใช้ปุ๋ยกิฟฟารีน
ธาตุอาหารรองต่างๆ

1. เกรทกรีน และ เกรทกรีนพลัส สารเสริมประสิทธิภาพ สารจับใบคุณภาพดี ผลผลิตดี



ปุ๋ยกิฟฟารีน คำว่าสารเสริมประสิทธิภาพ หมายถึง สารที่ช่วยให้ปุ๋ยทางใบ หรือยาป้องกันศัตรูพืชต่างๆ เปียกใบ เกาะติด และช่วยให้ปุ๋ย หรือตัวยานั้นๆ ถูกดูดซึมผ่านใบพืช หรือส่วนของลำต้นได้อย่างรวดเร็ว สารเสริมประสิทธิภาพ มีประโยชน์ต่อพืชมาก
สารเสริมประสิทธิภาพมี 2 ชนิด คือ เกรทกรีน  และเกรทกรีน พลัส
คือสารเสริมประสิทธิภาพคุณภาพสูง ผลิตตามหลักวิชาการด้วยวัตถุที่เหมาะสมสำหรับฉีดพ่นใบ
ส่วนประกอบ เกรทกรีน และเกรทกรีนพลัส
ส่วนประกอบของเกรทกรีน
• ความเข้มข้น 82%
• มีสารลดแรงตึงผิว 2 ชนิด
• พาราฟินิกออยล์
• เหมาะสำหรับปุ๋ยทางใบและยาป้องกันกำจัดศัตรูพืชทุกชนิด รวมถึงยาฆ่าหญ้า
อัตราการใช้ : เพียง 3-5 ซี.ซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร (ห้ามเกินตามอัตราที่กำหนด)
ส่วนประกอบของเกรทกรีนพลัส 
• ความเข้มข้น 46%
• มีสารลดแรงตึงผิว 2 ชนิด
• พาราฟินิกออยล์
• มีธาตุอาหารของพืช
• เหมาะสำหรับปุ๋ยทางใบและยาป้องกันกำจัดศัตรูพืชทุกชนิด รวมถึงยาฆ่าหญ้า 
อัตราการใช้: 3-5 ซี.ซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร (ห้ามใช้เกินตามอัตราที่กำหนด)

คุณสมบัติของเกรทกรีน และเกรทกรีน พลัส 
  1. ลดแรงตึงผิวของละอองน้ำยากับผิวใบ ทำให้น้ำยาเปียกอย่างทั่วถึงและรวดเร็ว และน้ำยาไม่เลอะดอกใบ
  2. ช่วยการเกาะติดและการดูดซึมของปุ๋ยหรือหรือยากับใบพืช
  3. ลดการสูญเสียของปุ๋ยหรือยา เนื่องจากการชะล้างของฝน หรือการให้น้ำ (ต้องระยะการปลอดฝน 4 ชั่วโมง)
  4. ประหยัดน้ำยา เนื่องจากน้ำยาเปียกทั่วต้นอย่างรวดเร็ว
  5. ช่วยรักษาอุปกรณ์ในการฉีดพ่น ป้องกันหัวฉีดอุดตัน
  6. ตัวยาจะเข้ากันเป็นเนื้อเดียว กรณีต้องฉีดยาหลายชนิด
จุดเด่นของสารเสริมประสิทธิภาพ เกรทกรีน / เกรทกรีน พลัส 
  1. วัตถุดิบที่ใช้ ใช้ชนิดที่เป็นพิษต่อใบน้อยที่สุด จึงไม่ทำลายไข หรือสารเคลือบใบ
  2. เป็นสารเสริมประสิทธิภาพจริงๆ ไม่ใช่เฉพาะแชมพูหรือสารเปียกใบ
  3. ใช้น้อยประหยัดน้ำยาได้จริง

รายละเอียดขนาดและราคา:
1. เกรทกรีน : 
รหัสสินค้า  50101   ขนาด 1 ลิตร   ราคา 460 บาท ราคาสมาชิก 345 บาท (241.50 PV)

รหัสสินค้า  50102   ขนาด 5 ลิตร   ราคา 2,100 บาท ราคาสมาชิก 1,575 บาท (1,102.50 PV) 

2. เกรทกรีนพลัส :
รหัสสินค้า  50201   ขนาด 1 ลิตร  ราคา 400 บาท ราคาสมาชิก 300 บาท (210 PV) 

รหัสสินค้า  50202  ขนาด 5  ลิตร ราคาสินค้า 1,900 บาท ราคาสมาชิก 1,425 บาท (997.50PV)

2.โบโรแคล แคลเซียม กิฟฟารีน แคลเซียมคีเลทและโบรอน กระตุ้นการแตกราก ทำให้พืชทนแล้ง


โบโร-แคล กิฟฟารีน แคลเซียมคีเลทและโบรอน เป็นธาตุอาหารรองที่มีความสำคัญอีกตัวหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับพืช เพราะแคลเซียมช่วยให้พืชมีลำต้นที่แข็งแรง ช่วยเรื่องการเจริญเติบโตและที่สำคัญอีกอย่างคือโบโร-แคล ยังมีส่วนช่วยในการสร้างภูมิคุ้มกันโรคให้กับพืชได้อย่างดีอีกด้วย
โบโรแคล ประกอบด้วย แคลเซียม ในรูปของแคลเซียมคีเลทหรือในรูป แคลเซียม 9% และโบรอน 2% เป็นผลิตภัณฑ์ที่แนะนำให้สมาชิกใช้ทุกครั้งที่มีการฉีดพ่นปุ๋ยทางใบ ยาป้องกันกำจัดแมลง ยาป้องกันกำจัดเชื้อรา เพราะ
1. พืชต้องการแคลเซียมทุกระยะการเจริญเติบโต และธาตุแคลเซียม เป็นธาตุที่ไม่เคลื่อนย้ายในพืช หลังจากเป็นส่วนประกอบของเซลล์แล้ว
2. กระตุ้นการแตกราก ทำให้รากดูดน้ำและแร่ธาตุจากดินได้มากขึ้น
3. ทำให้พืชทนแล้ง เนื่องจากระบกรากหยั่งลึกและมีปริมารณมาก
4. ทำให้ผนังเซลล์มีความแข็งแรงมากสามารถป้องกันการเข้าทำลายของเชื้อโรคโดยเฉพาะเชื้อราได้ดี
5. สามารถป้องกันโรคเชื้อราที่เกิดกับผลผลิตในช่วงใกล้เก็บเกี่ยวหรือเก็บเกี่ยวไปแล้วจากเชื้อราได้ดี เช่น โรคก้นเน่าของมะเขือเทศ พริกหยวก พริกหวาน โรคราที่เปลือกของผลไม้ ผลจุดของฝรั่ง
6. เสริมสร้างความแข็งแรงของเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมีย ความแข็งแรงของรังไข่ แก้ปัญหาการหลุดร่วง
7. เพิ่มอัตราการเคลื่อนย้ายอาหารจากใบมาที่ผลหรือหัวหรือส่วนผลผลิตที่เก็บเกี่ยว ทำให้ผลผลิตมีน้ำหนักดี รสชาติดี ทนทานต่อการขนส่งและมีอายุหลังการเก็บเกี่ยวนาน
8. ช่วยแก้ปัญหาไส้กลวง เนื่องจากขาดโบรอน ในหัวไชเท้าหรือการห่อหัวไม่แน่นของกะหล่ำปลี แก้ปัญหาดอกเป็นจุดดำของกะหล่ำดอก
หมายเหตุ : ใช้โบโรแคล ทุกครั้งป้องกันเชื้อรา
รหัสสินค้า 50701
ขนาด 300 กรัม
ราคาเต็ม 360 บาท
ราคาสมาชิก 270 บาท (189 PV) 
รหัสสินค้า 50702
ขนาด 1 กก.
ราคาเต็ม 984 บาท
ราคาสมาชิก 738 บาท (516.60 PV)

3. แม็กนีเซีย กิฟฟารีน สร้างคลอโรฟิลล์ให้กับพืช พร้อมทั้งช่วยดูดกินฟอสฟอรัสได้ดี 



แม็กนีเซีย กิฟฟารีน ถือว่าเป็นธาตุอาหารรองของพืชที่มีความสำคัญมากทีเดียว เพราะเป็นธาตุอาหารในการสร้างคลอโรฟิลล์หรือสารสีเขียวให้แก่พืช ทำให้พืชปรุงอาหารได้ดี ส่งผลให้การเจริญเติบโตของต้นพืชมีความสมบรูณ์ แข็งแรง 

แม็กนีเซีย ผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างสีเขียว
ธาตุแม็กนีเซีย เป็นอาหารรอง พืชต้องการเพื่อสร้างสีเขียวเพราะธาตุแม็กนีเซียมเป็นธาตุหลักในการสร้างคลอโรฟิลล์ซึ่งนอกจากการสร้างสีเขียวแล้ว แม็กนีเซียยังทำหน้าที่ดังต่อไปนี้
-ช่วยให้พืชดูดกินฟอสฟอรัสได้ดีขึ้น ทำให้พืชเจริญเติบโตทางราก การติดดอกออกผลดีขึ้น
-ช่วยเพิ่มผลผลิตของพืชน้ำมัน เช่น ถั่วต่างๆ งา หอม กระเทียม เนื่องจากแม็กนีเซียมช่วยส่งเสริมการสร้าง และคุณภาพของน้ำมัน
-ช่วยปรับสภาพความเป็นกรด ด่างในพืช
-ช่วยในการสังเคราะห์ วิตามิน และเอ็นไซม์ในพืช

แม็กนีเซีย ประกอบด้วย แม็กนีเซียม 9.5% และไนโตรเจนในรูปไนเตรท 10-11% ละลายน้ำได้ 100% เหมาะสำหรับการฉีดพ่นทางใบ , ระบบน้ำ และการปลูกพืชไม่ใช้ดิน (Hydroponic) เพื่อ
1.เพิ่มขนาดและสีเขียวสำหรับใบอ่อนและผลอ่อน เนื่องจากไนเตรทไนโตรเจนในแม็กนีเซียช่วยขยายขนาด
2.เพิ่มสีเขียวของผลผลิตที่เก็บเกี่ยว เพื่อเป็นที่ต้องการของตลาด เช่น ผักต่างๆ ชมพู่พันธุ์ทูลเกล้า

อัตราการใช้ : ใช้ผสมกับปุ๋ยโกรแม็กซ์ ในอัตรา 20 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร ถ้าต้องการเขียวมาก ให้เพิ่มอัตราเป็น 50 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร โดยยึดหลักว่า ปุ๋ยโกรแม็กซ์+แม็กนีเซีย ใช้รวมกันไม่ควรเกิน 100 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร
รหัสสินค้า 51501
ปริมาณ 1 กก.
ราคาสินค้า 180 บาท ราคาสมาชิก 135 บาท (94.50 PV)
รหัสสินค้า 51502
ปริมาณ 5 กก.
ราคาสินค้า 840 บาท ราคาสมาชิก 630 บาท (441 PV)
รหัสสินค้า 51503
ปริมาณ 25 กก.
ราคาสินค้า 2,800 บาท ราคาสมาชิก 2,100 บาท (1,470 PV)

4. เม็กก้า-ซิงค์ กิฟฟารีน Zinc ธาตุสังกะสีในรูปของคีเลท ช่วยเรื่องการเจริญเติบโตของพืช



เม็กก้า-ซิงค์ กิฟฟารีน Zinc เป็นธาตุสังกะสีในรูปของคีเลท เนื่องจากสภาพดินที่ใช้มานานทำให้มีการเสื่อมสภาพของหน้าดินพืชที่ปลูกก็จะแคระแกรน การยืดของปล้อง หรือข้อลดลง และพืชจะไม่เจริญเติบโตเท่าที่ควร ดังนั้นการเพิ่มธาตุสังกะสีลงไปในดินจะทำให้สภาพของดินกลับมาดีขึ้นและส่งผลดีต่อพืช

เม็กก้า-ซิงค์
ธาตุสังกะสี เป็นธาตุอาหารเสริมที่ถูกใช้มากในปัจจุบัน โดยเฉพาะไม้ผล อายุหลายปี เนื่องจากธาตุสังกะสีในดินมักถูกดูดยึด โดยปุ๋ยฟอสเฟตที่ถูกใช้ติดต่อกันมานาน ทำให้สังกะสีในดินตกตะกอน พืชไม่สามารถนำมาใช้ได้ นอกจากไม้ผลแล้ว พื้นที่ทำการเกษตรที่ใส่ปุ๋ยเคมีที่ไม่ถูกต้อง ก็เป็นปัญหาเช่นเดียวกัน
เมื่อพืชขาดธาตุสังกะสี จะเจริญเติบโตน้อย การยืดลำต้น ข้อ หรือปล้องเกิดน้อย เนื่องจากสังกะสีเป็นธาตุสำคัญในการสร้างฮอร์โมนที่พืชสร้างขึ้นมาเอง จึงพบว่าพืชมักเตี้ยแคระแกรน ถ้าขาดมากๆ มักแสดงอาการออกที่ใบด้วย
เม็กก้า-ซิงค์ คือธาตุสังกะสี 9.5% ในรูปของคีเลท ละลายน้ำ 100% ที่พืชดูดรับได้แน่นอนและรวดเร็ว ไม่ตกตะกอนกับปุ๋ยฟอสเฟต ดูดซึมได้ทั้งทางรากและทางใบ และไม่ถูกดูดยึดโดยอนุภาคของดินและปุ๋ยฟอสเฟตที่ตกค้างในดิน จึงสามารถแก้อาการขาดธาตุสังกะสี หรือเป็นการเพิ่มธาตุสังกะสีให้กับพืชในช่วงที่พืชต้องการ

อัตราการใช้ : เม็กก้า-ซิงค์ อัตรา 5 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นพร้อมปุ๋ยโกรแม็กซ์สูตรต่างๆ และโบโร-แคลในช่วงที่ต้องการ เช่น พืชตระกูลหอม กระเทียม ต้นหอม ไม้ผลต่างๆ 
บางครั้งอาจพบปัญหาเรื่องยอดของพืชเถาเลื้อย เช่น แตงโมง แตงกวา ถั่วฝักยาว บวบ แคนตาลูป มีปัญหาการเข้าทำลายของเพลี้ยต่างๆ ทำให้ยอดอ่อนไม่เจริญเติบโต ให้ฉีดแก้ไขด้วยเม็กก้า-ซิงค์ อัตรา 5-10 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร พร้อมยาฆ่าแมลง
โรคใบแก้วที่พบเสมอๆ ในพืชตระกูลส้ม ซึ่งคือโรคขาดธาตุอาหาร และส่วนใหญ่คือ สังกะสี ดังนั้น จึงใช้เม็กก้า-ซิงค์ แก้ปัญหาโรคใบแก้ได้
หมายเหตุ : พืชยืดได้ดั่งใจด้วย เม็กก้า-ซิงค์
รหัสสินค้า 51601
ขนาด 300 กรัม
ราคาเต็ม 320 บาท
ราคาสมาชิก 240 บาท (168 PV)

รหัสสินค้า 51602
ขนาด 1 กก.
ราคาเต็ม 920 บาท
ราคาสมาชิก 690 บาท (483 PV)

5.โมเด็ม กิฟฟารีน Modem โมลิบดินั่ม ช่วยสร้างยอดและใบ



โมเด็ม กิฟฟารีน Modem โมลิบดินั่ม เป็นธาตุอาหารรองที่จำเป็นสำหรับพืชทุกชนิดที่ขาดไม่ได้ ถ้าขาด พืชจะไม่สามารถเจริญเติบโตต่อไปได้ โมลิบดินั่ม ช่วยส่งเสริมขบวนการสร้างและใช้ไนโตรเจน การสร้างปมของรากถั่ว การตรึงไนโตรเจนจากอากาศ และการเปลี่ยนรูปไนโตรเจนเพื่อให้อยู่ในรูปที่พืชใช้งานได้

โมเด็ม 
โมเด็ม คือ ธาตุโมลิบดินั่ม ความเข้มข้น 4.5% อยู่ในรูปคีเลทของเหลวใส มีความบริสุทธิ์สูง ที่พืชสามารถดูดซึมไปใช้ได้จริง สามารถดูดซึมผ่านผิวใบ หรือส่วนของลำต้นที่มีสีเขียวได้ดี จึงสามารถผสมน้ำฉีดพ่นทางใบ พ่นใส่ผลโดยตรง ผสมน้ำให้ทางระบบน้ำ การปลูกพืชโดยไร้ดิน เพื่อให้โมลิบดินั่มกับพืชเวลาที่พืชขาด หรือเพื่อเพิ่มผลผลิตในระยะที่พืชต้องการโมลิบดินั่ม เป็นพิเศษ 
พืชที่แนะนำให้ใช้ :
-พืชจำพวกล้มลุก เถาเลื้อยทุกชนิด ได้แก่ แตงกวา บวบ แตงท่อน มะระ ฟักทอง ฝักเขียว ฯลฯ ใช้โมเด็มอัตรา 5 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร 
-พืชผักสวนครัว เช่น พริก มะเขือ มะเขือเทศ กระเจี๊ยบเขียว  ข้าวโพดฝัก่อน ฯลฯ ใช้โมเด็ม อัตรา 5 ซีซี ผสมปุ๋ย 30-10-10 หรือ 20-20-20 อัตรา 100 กรัม และโบโค-แคล ฉีดพ่นทุกๆ 5-10 วัน ในช่วงแรกของการเจริญเติบโต หลังจากออกดอกแล้ว ควรหยุดใช้โมเด็ม เมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว ใช้โมเด็มเป็นครั้งคราว โดยผสมกับโกรแม็กซ์ 20-20-20 เพื่อฟื้นฟูสภาพต้น
-พืชตระกูลถั่ว ได้แก่ ถั่วต่างๆ เช่น ถั่วพู ถั่วแขก ถั่วฝักยาว ถั่วเขียว ถั่วดำ ถั่วลิสง ฯลฯ ใช้โมเด็มอัตรา 5 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร ผสมปุ๋ยสูตร 20-20-20 หรือ 30-10-10 อัตรา 100 กรัม ฉีดพ่นระยะแรกสำหรับถั่วที่เก็บเกี่ยวครั้งเดียว เช่น ถั่วลิสง ถั่วเหลือง ถั่วเขียว
-พืชผักกินใบ ยอด เช่น ตำลึง ผักหวาน ผักบุ้ง ผักกะเฉด กวางตุ้ง คะน้า ผักกาดหอม ใช้โมเด็ม อัตรา 5 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร ผสมปุ๋ยสูตร 20-20-20 หรือ 30-10-10 อัตรา 100 กรัม และโบโร-แคล ฉีดพ่นสำหรับผักฉีดพ่นตลอดดจนกระทั่งเก็บเกี่ยว
หมายเหตุ : เมื่อใช้โมเด็ม ต้องใช้คู่กับปุ๋ย สูตร 30-10-10 สูตร 20-20-20 และสูตร 15-15-15 เท่านั้น
รหัสสินค้า 51608
ขนาด 100 ซีซี
ราคาสินค้า 150 บาท ราคาสมาชิก 112.50 บาท (78.75 PV)
รหัสสินค้า 51609
ขนาด 500 ซีซี
ราคาสินค้า 710 บาท ราคาสมาชิก 532.50 บาท (372.75 PV)

6. บลูคีเลต คือ ทองแดง ธาตุอาหารพืชในรูปของคีเลต



หน้าที่ของทองแดงกับพืช 
      ธาตุทองแดง (Cu) จัดเป็นธาตุที่พืชต้องการน้อย แต่ขาดไม่ได้ ถ้าขาด พืชจะให้ผลผลิตต่ำและไม่สามารถเจริญเติบโตเป็นปกติ

ความสำคัญของธาตุทองแดง
1. ในกระบวนการสังเคราะห์แสง
1.1 ทองแดงเป็นองค์ประกอบของพลาสโตไซยานิน (Plastocyanin) ทำหน้าที่ถ่ายทอดอิเลคตรอนในการปฏิกิริยาแสง (Light reaction ; photochemical reaction) เพื่อสร้างพลังงาน (ATP) ในกระบวนการสังเคราะห์แสง
1.2 ทองแดง มีบทบาทสำคัญ ในการสังเคราะห์ควิโนน (Quinones) และ/หรือ อนุพันธ์ของสารนี้ได้แก่ พลาสโตควิโนน (Plastoquinone) ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวให้และรับไฮโดรเจน (H) ในกระบวนการเคลื่อนย้ายอิเลคตรอน,ในระบบแสงสอง (Photosystem II) (Plastocyanin ทำงาน ในระบบแสงหนึ่ง (Photosystem I) พบว่าถ้าขาดทองแดง การสังเคราะห์พลาสโตควิโนน จะลดลง
1.3 ทองแดงที่เกี่ยวข้องกับเอ็นไซม์ ซุปเปอร์ ออกไซด์ ดีสมิวเดสเอ็มไวดืตัวนี้ทำหน้าที่ลดความเป้นพิาของไฮโดเจนเปอร์ออกไซด์ (H2O2) ในปฎิกิกริยาการหายใจแสง (Photo-respiration) ซึ่งเกิดกับพืชซีสาม (C3) เป็นส่วนใหญ่ ได้แก่ ข้าว,ถั่ว,มันฝรั่ง,มันเทศ,เผือก,กล้วย, ไม้ผลต่าง ๆ
พืชสามารถแบ่งเป็น 3 กลุ่ม จำแนกตามกระบวนการสังเคราะห์แสง ได้แก่ พืชซีสาม (C3) พืชซีสี่ (C4) และพืช (CAM)
1. พืชซีสาม (C3) คือพืชที่ได้สารแรกจากกระบวนการสังเคราะห์แสง เป็นสารที่มีคาร์บอน 3 อะตอม (แล้วจึงเปลี่ยนเป็นคาร์บอน 6 อะตอม ; น้ำตาลฟรุกโทส น้ำตาลตัวแรกที่ได้จากขบวนการรังเคราะห์แสง)
2. พืชซีสี่ (C 4) ได้แก่ข้าวโพด,ข้าวฟ่าง,หญ้า
3. พืชแคม (Cam) ได้แก่ กล้วยไม้,สับปะรด
2. ในขบวนการหายใจ
เอ็มไซม์ ไซโตโครมอ๊อกซิเดส เป้นเอ้มไซม์ที่มีเหล็ก (Fe) และทองแดง (Cu) เป็นองค์ประกอบ เรียกไซโตรมคอกเพล็กซ์ เนื่องจากประกอบด้วยไซโตโครมเอ และไซโตโครม เอ3 ที่อยู่ด้วยกัน ทำหน้าที่เคลื่อนย้ายอิเลคตรอนในขบวนการหายใจ (ในโมคอนเดรีย)
ความสัมพันธ์ของธาตุทองแดงกับขบวนการเมตาบอลิซึมอื่น ๆ
ทองแดง กับคาร์โบไฮเดรต และลิกนิน
เมื่อพืชสังเคราะห์แสง ส่วนหนึ่งของน้ำตาลที่ได้ซึ่งเป็นส่วนใหญ่จะถูกเปลี่ยนเป็นคาร์โบไฮเดรตและไขมัน ถ้าพืชขาดทองแดง การสังเคราะห์แสง จะมีผลกระทบ ทำให้คาร์โบไฮเดรตที่แตกตัวได้ง่ายมีไม่เพียงพอโดยเฉพาะอย่างยิ่งการออกดอกติดผล และการสะสมอาหารในผล/เมล็ด ส่วนลิกนิน เมื่อพืชขาดทองแดง การสร้างลิกนินจะน้อยไปด้วย เพราะลิกนินเป็นคาร์โบไฮเดรตชนิดหนึ่ง การขาดลิกนินทำให้ใบอ่อนบิดเบี้ยว,ลำต้นไม่แข็งแรง ล้มง่าย
-ทองแดงกับไนโตรเจน
ในกรณีที่ดินมีธาตุทองแดงไม่เพียงพอ การให้ไนโตรเจนมากเกินไปทำให้ใบแก่ช้า ส่งผลให้ทองแดงจากใบแก่เคลื่อนย้ายไปใบอ่อนช้าลงไปด้วย พืชที่มีการเจริญเติบโตทางด้านลำต้น/ใบมาก ๆ หรือการให้ปุ๋ยที่มีไนโตรเจนสูงควรพิจารณาให้ทองแดงควบคู่ไปด้วย
ในกรณีที่พืชอยู่ในระยะออกดอก-ติดผล การขาดทองแดง (Pollen) ไม่สมบูรณ์ อับเกสรแตกยากหรือไม่แตก ทำให้การปฏิสนธิไม่สมบูรณ์
สรุป ทองแดงมีผลโดยตรงต่อการสังเคราะห์แสงและการหายใจ
เมื่อพืชขาดทองแดงพืชสังเคราะห์น้ำตาลฟรุกโตสได้น้อย ทำให้มี ปัญหาการเจริญเติบโตของพืช ได้แก่
1. ใบบิดเบี้ยว ลำต้นล้มหักง่าย (ขาดลิกนิน)
2. การสร้างโปรตีน / เอ็มไซม์ลดลง
3. ระบบสืบพันธุ์ของพืช ผิดปกติตั้งแต่การสร้างละอองเกสร (Pollen) ไปจนถึงการผสมเกสร การสะสมอาหารที่ผลหรือเมล็ด
4. การชะงักงันการเจริญเติบโต เนื่องจากการเกิดการหายใจ (Photorespiration) ของพืช C 3 เช่น ผลไม้ต่าง ๆ ข้าว ถั่ว ต่าง ๆ
สรุป หน้าที่ของทองแดงที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช
1. ทองแดงปรากฏในคลอโรพลาส ทองแดงมีบทบาทสำคัญเกี่ยวข้องกับการสังเคราะห์แสง หรือมีหน้าที่ทางอ้อม ในการสร้างคลอโรฟิลล์
2. ทองแดงมีหน้าที่ในการเคลื่อนย้ายอีเล็กตรอนจากคลอโรฟิลล์ไปยัง NADP และจากน้ำไปยังคลอโรฟิลล์จึงเกี่ยวข้องกับการสังเคราะห์แสง
3. เป็นตัวกระตุ้นเอ็นไซม์หลายชนิด มีบทบาทสำคัญในการสังเคราะห์ลิกนินที่ผนังเซลล์ ทำให้ผนังเซลล์แข็งแรง
4. ช่วยในกระบวนการเมทตาโบลิซึมเช่นเดียวกับสังกะสี
5. มีบทบาทพิเศษในกิจกรรมการตรึงไนโตรเจนของพืชโดยเฉพาะอย่างยิ่งของพืชตระกูลถั่ว
6. ทองแดงเป็นองค์ประกอบในเอ็นโซม์ ไซโทโครออกซิเดส ซึ่งเป็นเอ็นไซม์ที่ทำหน้าที่เคลื่อนย้ายอิเล็กตรอน เอ็นไซม์นี้ทำหน้าที่เป็นตัวเร่งในการหายใจ ซึ่งว่องไวมากที่สุดใกล้บริเวณราก หรือปลายหน่อที่ให้พลังงานเพื่อการเจริญเติบโต
ทุเรียน ใช้ระยะก่อนดอกบาน หลังจากนั้นใช้ทุก 15-20 วัน หรือครั้งเว้นครั้ง
ผลที่ได้ ดอกแข็งแรงมากขึ้น การติดผลดีมาก การเจริญเติบโตของผล ผลติดดี ทรงสวย หนามสวย ดูแข็งแรง
ลักษณะใบใบเขียวเข้มขึ้น ราสนิมมีไม่ค่อยมากทำให้ไม่เกิดปัญหาการถ่ายใบเก่า การร่วงของใบภายในทรงพุ่ม
หอมแบ่ง (หอมกินต้น) ฉีดพ่นบำรุงต้น ทำให้ใบเขียวเข้มขึ้นหลอดหอมหนา ไม่เป็นโรคปลายใบไหม้ ที่เกิดจากแบคทีเรียถึงแม้ฝนจะชุก
รหัสสินค้า 51611
ขนาด 500 ซีซี
ราคาเต็ม 495 บาท
ราคาสมาชิก 371.25 บาท (260 PV)
รหัสสินค้า 51610
ขนาด 1,000 ซีซี
ราคาเต็ม 930 บาท
ราคาสมาชิก 697.50 บาท (488.25 PV)

7. ปุ๋ยกิฟฟารีน เกรทวอลล์ Great Wall ธาตุซิลิกอน ( S ) ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับเซลล์พืช



ปุ๋ยกิฟฟารีน เกรทวอลล์ Great Wall เป็นปุ๋ยตัวใหม่ล่าสุดของกิฟฟารีนที่หลายๆ ท่านยังไม่ทราบคุณสมบัติสักเท่าไหร่ ซึ่งจริงๆ แล้วเกรทวอลล์ คือ ธาตุซิลิกอน ( S ) ที่พืชสามารถนำมาใช้ประโยชน์กับการเจริญเติบโตได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งมาดูกันค่ะว่าคุณสมบัติหลากหลายอย่างประกอบด้วยอะไรบ้าง


คุณสมบัติของเกรทวอลล์ ( Grea Wall ) ที่เป็นประโยชน์กับพืช
1.เพิ่มความแข็งแรงให้เซลล์พืช ด้วยการสร้างชั้นซิลิก้า เลเยอร์ ( Silica layer )
2.ช่วยในการแบ่งเซลล์ ได้ดีขึ้น
3.ช่วยให้พืชมีความต้านทานและทนต่อสภาวะเครียดจากสิ่งมีชีวิต ( Bio Stress ) เช่น โรคพืชและแมลง และจากสิ่งไม่มีชีวิต ( Abio Stress ) เช่น สภาวะร้อน แล้ง และอากาศหนาว
4.ซิลิกอนช่วยให้กลไกการใช้พลังงานของพืชดีขึ้นทำให้ขบวนการสังเคราะห์และการหายใจสมบรูณ์ขึ้น
5.ซิลิกอนช่วยพัฒนาราก ให้แตกราก และระบบรากแข็งแรง
6.เพิ่มความแข็งแรงของท่อผนังเซลล์พืช
7.ซิลิกอนช่วยเสริมประสิทธิภาพของธาตุอาหารพืช เช่น แคลเซียม โบรอน และทองแดง ส่งผลให้พืชแข็งแรง ผลผลิตสูง
วิธีการใช้
1.ฉีดพ่นทางใบ
-ธัญพืช เช่น ข้าว ข้าวโพด
ใช้อัตรา 5-10 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทุกๆ 7-10 วัน
-อ้อย
ใช้อัตรา 10 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทุกๆ 10 วัน จนกว่าจะเข้าฉีดไม่ได้
-พืชผักสวนครัว เช่น แตงกวา พริก มะเขือเทศ ผักกินใบต่างๆ 
ใช้อัตรา 5 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทุกๆ 10 วัน
-ไม้ดอก เช่น ดาวเรือง กุหลาบ
ใช้อัตรา 5 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทุกๆ 7-10 วัน
2.ฉีดพ่นลำต้น กิ่ง ก้าน
ไม้ผล เช่น ทุเรียน ลำไย เกรทวอลล์ สามารถใช้ฉีดพ่นที่ลำตัว เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับพืช โดยใช้อัตรา 10 ซีซี  ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทุกๆ 30 วัน
3.การใช้ทางดิน
เกรทวอลล์สามารถฉีดพ่นลงดิน เพื่อเพิ่มความสามารถในการสร้างโครงสร้างดินที่ดี และพืชสามารถดูดซึมไปใช้ทางรากได้ อัตราการใช้ 10 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร ใช้ฉีดแบบโชก แต่ไม่ให้ไหลบ่าออกนอกพุ่ม หรือบริเวณที่ปลูก ฉีดพ่นปีละ 2-3 ครั้ง โดยไม่ต้องผสมสารจับใบ
รหัสสินค้า 51612
ขนาด 500 ซีซี
ราคาเต็ม 850 บาท
ราคาสมาชิก 637.50 บาท (446 PV)
รหัสสินค้า 51613
ขนาด 1,000 ซีซี
ราคาเต็ม 1,500 บาท
ราคาสมาชิก 1,200 บาท (840 PV)

8. ไบรท์-กรีน กิฟฟารีน Bright Green แมงกานีสคีเลท ช่วยเรื่องการสังเคราะห์แสงของพืช



ไบร์ท-กรีน กิฟฟารีน Bright Green เป็นแมงกานีสคีเลท มีจุดเด่นที่ช่วยเพิ่มการสังเคราะห์แสงของพืช ส่งผลให้ใบพืชมีสีเขียวเข้ม ทำให้พืชปรุงอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพส่งผลให้ต้นพืชแข็งแรง เจริญเติบโตได้ดี ไม่ว่าจะเป็นพืชกินหัว, พืชไม้ผล ,ไม้ดอก, ธัญพืชและผักกินใบ

ไบร์ท-กรีน
ไบร์ท-กรีน เป็นผลิตภัณฑ์ที่แนะนำให้ใช้ในช่วงที่พืชกำลังสร้างผลผลิต เช่นกำลังติดผลหรือเริ่มลงหัว ได้แก่
ไม้ผล เช่น ลำไย เงาะ ลิ้นจี่ มะม่วง ทุเรียน ฯลฯ ในระยะติดผลแล้ว ฉีดต่อเนื่องไปจนกระทั่งเก็บเกี่ยว
พืชหัว เช่น มันสำปะหลัง มันเทศ หอม กระเทียม ฉีดพ่นเมื่อพืชลงหัวแล้วฉีดต่อเนื่องไปจนกระทั่งเก็บเกี่ยว
ไม้ดอก เช่น กุหลาบ มะลิ ดาวเรือง ฉีดเพื่อความเข้มของดอก และปรับปรุงคุณภาพดอก ฉีดพ่นเมื่อพืชเริ่มออกดอก
ธัญพืช เช่น ข้าว ข้าวโพด ฉีดพ่นเมื่อติดเมล็ดแล้ว เพื่อการสะสมแป้งในเมล็ด
พืชผักกินใบ ฉีดพ่นเพื่อเพิ่มความนวลและความสดใสของสีเขียว ฉีดพ่นก่อนเก็บเกี่ยว 2-3 ครั้ง
หมายเหตุ : ถ้าพืชขาดไบร์ท-กรีน ในช่วงดังกล่าวใบจะเหลืองและโทรมเร็ว ยิ่งติดผลมากใบยิ่งโทรมมาก ส่งผลให้ผลผลิตไม่มีคุณภาพ น้ำหนักผลผลิตลดลง

คุณสมบัติของไบร์ท-กรีน
ไบร์ท-กรีน คือ แมงกานีสคีเลท แมงกานีสเป็นธาตุอาหารเสริมที่พืชต้องการใช้เพื่อคงสภาพของคลอโรฟิลล์และเพิ่มประสิทธิภาพการสังเคราะห์แสงของคลอโรฟิลล์
การฉีดพ่นไบร์ท-กรีน นอกจากจะช่วยปรับปรุงคุณภาพของผลผลิตแล้ว ในไม้ผลหรือพืชอายุหลายปี จะช่วยทำให้มีอาหารสะสมในต้นเพียงพอต่อการแตกใบใหม่ได้ใบใหม่ที่มีคุณภาพในการฟื้นฟูสภาพต้น เพื่อการออกดอกในปีต่อไป
อัตราการใช้ : ใช้ไบร์ท-กรีน ควบคู่กับผลิตภัณฑ์เกษตรในระยะสร้างและปรับปรุงผลผลิต เช่น โกรแม็กซ์ สูตร 15-15-15, 20-20-20, 6-20-30  และโบโร-แคล โดยฉีดพ่นในอัตรา 5 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร ทุก 7-10 วัน หรือผักกินใบ โดยฉีดพ่นร่วมกับโกรแม็กซ์ สูตร 20-20-20 , 30-10-10 , 15-15-15 และโบโร-แคล ในอัตรา 5-10 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทุก 5-7 วัน
รหัสสินค้า 51603
ขนาด 500 ซีซี
ราคาเต็ม 460 บาท
ราคาสมาชิก 345 บาท (241.50 PV)
รหัสสินค้า 51604
ขนาด 1,000 ซีซี
ราคาเต็ม 900 บาท
ราคาสมาชิก 675 บาท (472.50 PV)

9. เจอร์มิเนท ปุ๋ยกิฟฟารีน สารสกัดชีวภาพ 100%



เจอร์มิเนท
สารสกัดชีวภาพ 100%
เจอร์มิเนท : กรดอะมิโน19 ชนิด ในรูปของกรดอะมิโนอิสระ (L-amino acid)
ทีสามารถดูดซึมเข้าสู่เซลล์พืชอย่างรวดเร็วและเป็นจำนวนมาก พืชสามารถนำไปใช้ได้
ทันที โดยไม่ต้องย่อยสลายอีก
วัตถุประสงค์
1. ใช้แช่เมล็ดก่อนปลูกเพื่อการงอก 100% และทำให้ต้นกล้าแข็งแรง เปอร์เซ็นต์รอดสูง
2. ใช้ฉีดพ่นทางใบ เพื่อกระตุ้นการเกิดยอดใหม่ หรือ ช่วยการออกดอกและติดผล
3. ฉีดพ่นเมื่อพืชอยู่ในสภาวะเครียด (Stress) เช่น กระทบหนาวจัด
เพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโตของพืช
เมื่ออยู่ภายใต้สภาวะแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม หรือสภาวะแวดล้อมที่ไม่ปกติ เช่น อากาศหนาว
หรืออากาศร้อนผิดปกติ ในภาวะดังกล่าว เอ็นไซม์ต่างๆ จะไม่ทำงานทั้งนี้อาจเนื่องมาจาก เอ็น
ไซม์ไม่ได้ถูกสร้างหรือสร้างน้อยเกินไป จนทำให้พืชไม่สามารถเจริญเติบโตได้ตามปกติ การใช้
เจอร์มิเนท จะช่วยให้พืชมีกรด อะมิโนเพื่อใช้ในการสร้างเอ็นไซม์ที่พืชต้องการใช้ ทำให้พืช
สามารถเจริญเติบโตต่อไปได้ตามปกติ หรือลดการเสียหายลงไป
นอกจากหน้าที่หลักๆ แล้ว เจอร์มิเนท ยังช่วยพืชในขบวนการสังเคราะห์แสง
และขบวนการหายใจด้วย
เพื่อช่วยในการงอกของเมล็ด
ขณะที่เมล็ดกำลังงอก โปรตีนที่ถูกสะสมไว้ในเมล็ด จะถูกย่อยสลายมาเป็น กรดอะมิโน
เพื่อนำมาใช้ในการสร้างโปรตีนที่จำเป็นในการเจริญเติบโตของยอดและรากที่จะเกิดใหม่การ
ใช้เจอร์มิเนทจึงเป็นเสมือนการเพิ่มชนิดและปริมาณของกรดอะมิโนให้กับพืชโดยตรง ทำให้
พืชได้รับเพิ่มจากที่มีอยู่แล้วหรือมีไม่เพียงพอ (ในกรณีที่เมล็ดไม่สมบูรณ์) ทำให้เมล็ดพืช
งอกเร็วและมีความแข็งแรงทั้งยอดอ่อนและรากอ่อน ต้นกล้าแข็งแรง
เพื่อกระตุ้นการแตกยอดใหม่ การแตกดอก และการติดผล
ขณะที่พืชกำลังแตกยอดหรือส่วนการเจริญเติบโตใหม่ เซลล์ที่เกิดใหม่นี้มีความจำเป็นที่จะ
ต้องใช้กรดอะมิโนเพื่อการเจริญเติบโต ซึ่งพืชจะได้จากการย่อยสลายโปรตีนจากเซลล์ของใบ
แก่หรือสร้างขึ้นใหม่ ดังนั้น การใช้เจอร์มิเนท จึงเป็นการเพิ่มกรดอะมิโนให้กับพืชโดยตรงอีก
ทางหนึ่งที่พืชจะใช้ในช่วงดังกล่าว
รหัสสินค้า 51606
ขนาด 100 ซีซี
ราคาเต็ม 170 บาท
ราคาสมาชิก 127.50 บาท (95 PV)
รหัสสินค้า 51607
ขนาด 500 ซีซี
ราคาเต็ม 720 บาท
ราคาสมาชิก 540 บาท (405 PV)

10. ลิควิด ไอออน กิฟฟารีน (Fe-EDDHA) ธาตุเหล็กในรูปคีเลท แก้ปัญหาพืชยอดเหลือง



ลิควิด ไอออน กิฟฟารีน (Fe-EDDHA) เป็นธาตุเหล็ก ที่มีประโยชน์กับพืชในการมีส่วนช่วยให้พืชสังเคราะห์แสงได้ดีขึ้น ทำให้พืชมีสีเขียว ยอดพืชไม่เหลืองเพราะได้รับธาตุเหล็กที่เพียงพอ ความเป็นจริงแล้วพืชไม่ได้ต้องการธาตุนี้มาก แต่ก็ขาดไม่ได้ถ้าขาด พืชจะแสดงอาการออกมาทางใบของพืชทันที ฉะนั้นปริมาณที่ใช้ ไม่ควรเยอะเกินไป ตามปริมาณที่กำหนดตามประเภทของพืชนั้นๆ

ลิควิด ไอออน (Fe-EDDHA)
คุณสมบัติ ลิควิด ไอออน คือธาตุเหล็ก ที่อยู่ในรูปคีเลท EDDHA ความเข้มข้รน 2.5 เปอร์เซนต์ ซึ่งเป็นรูปคีเลท ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า เหล็ก ที่อยู่ในรูป EDTA ทั้งในแง่การถูกดูดซึมแต่ความสามารถที่ใช้ได้ในสารละลายที่มี PH สูง ซึ่งเหล็ก EDTA ไม่สามารถละลายได้ และตกตะกอน ดังนั้น แม้ความเข้มข้นจะมีเพียง 3.5 เปอร์เซนต์ แต่ความเป็นประโยชน์ต่อพืชจึงมีมากกว่าธาตุเหล็ก EDTA ที่มีความเข้มข้นสูงกว่า

ลิควิด ไอออน สามารถใช้ได้กับการฉีดพ่นทางใบ หรือระบบน้ำเป็นธาตุเดียว และการปลูกพืชในสารละลาย Hydroponic โดยเฉพาะ เพราะความสามารถคงรูปอยู่ได้แม้น้ำจะมีความเป็นด่างสูง
ลิควิด ไอออน สามารถซึมผ่านใบ และรากได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากเป็นธาตุเดียว คีเลท EDDHA จึงสามารถมั่นใจได้ว่า พืชจะได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ และไม่มีปัญหาใดและเมื่อได้ผสมกับปุ๋ยอื่นๆ ยาฆ่าแมลง หรือยากำจัดเชื้อรา
ประโยชน์ ลิควิด ไอออน : จะช่วยแก้ปัญหาการขาดธาตุเหล็ก โดยพืชจะแสดงอาการยอดเหลือง พืชไม่สามารถใช้ประโยชน์จากธาตุเหล็กในดิน เนื่องจากดินมี ph สูง หรือธาตุเหล็กในดินตกตะกอนกับธาตุอื่นทำให้ไม่เป็นประโยชน์หรือใช้ไอออนเพื่อเพิ่มผลผลิต โดยที่พืชยังไม่แสดงอาการขาด โดย ลิควิด ไอออนจะช่วยเสริมประสิทธิภาพของใบในการสังเคราะห์แสง ช่วยในขบวนการหายใจ การสังเคราะห์โปรตีน และการเร่งปฏิกิริยาต่างๆ ให้พืชแข็งแรง ใบสีเขียวเข้ม ให้ผลผลิตสูงและมีคุณภาพดีเยี่ยม
วิธีการการใช้ ลิควิด ไอออน :  สามารถใช้ได้กับพืชทุกชนิด เพื่อรักษาอาการขาดธาตุเหล็ก หรือเพิ่มประสิทธิภาพการสังเคราะห์แสงของใบ ในกรณีพืชขาดธาตุเหล็ก หรือเพิ่มประสิทธิภาพการสังเคราะห์แสงของใบ ในกรณีพืชขาดธาตุเหล็กแนะนำให้ฉีดทุกระยะการเจริญเติบโต ในกรณีที่ฉีดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสังเคราะห์แสงของใบให้ฉีดพ่นระยะแตกใบอ่อน

คำแนะนำ ลิควิด ไอออน :  เป็นธาตุเดี่ยว อยู่ในรูป EDDHA ซึ่งพืชสามารถดูดซึมไปใช้ได้มากกว่าเหล็กในรูปคีเลทอื่น จึงไม่ควรใช้มากกว่าคำแนะนำ และไม่ควรใช้พร่ำเพรื่อ เนื่องจากธาตุเหล็กเป็นธาตุที่พืชต้องการน้อย ถ้าพืชได้รับมากเกินไป อาจแสดงอาการเป็นพิษได้
ลิควิด ไอออน เป็นธาตุเหล็กธาตุเดี่ยว มีคุณสมบัติเฉพาะไม่สามารถใช้ทดแทนการขาดธาตุอาหารอื่นได้ สามารถฉีดพ่นร่วมกับปุ๋ยโกรแม็กซ์,โบโร-แคล,แม็กก้า-ซิงก์ ไบร์ทกรีน หรือแม็กนีเซีย ในระยะที่พืชต้องการธาตุนั้นๆ ได้ 

ข้อควรระวัง : การฉีดพ่น ลิควิด ไอออน เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการสังเคราะห์แสงของใบโดยตรง ไม่แนะนำให้ฉีดพ่นผลไม้ในช่วงก่อนเก็บเกี่ยว เพราะอาจทำให้ผลแตกได้ จากการได้รับสารอาหารจากใบ และน้ำจากรากมากเกินไป
รหัสสินค้า 51901
ขนาด 500 ซีซี
ราคาเต็ม 460 บาท
ราคาสมาชิก 345 บาท (241.50 PV)
รหัสสินค้า 51902
ขนาด 1,000 ซีซี
ราคาเต็ม 880 บาท
ราคาสมาชิก 660 บาท (462 PV)

11. สารเสริมประสิทธิภาพ แว็กซ์ฟรี ผลิตภัณฑ์ใหม่!! จาก กิฟฟารีน ที่มีคุณสมบัติ ซึมผ่านชั้นไขมันได้ดี เหมาะกับหน้าฝน



ตัวช่วยต้อนรับหน้าฝน ที่เกษตรกรต้องมี

สารเสริมประสิทธิภาพ “แว็กซ์ฟรี “ ผลิตภัณฑ์ใหม่จาก กิฟฟารีน  ที่มาช่วยแก้ปัญหาเมื่อมีความจำเป็น
ที่จะต้องฉีดพ่นสารในฤดูฝน เพราะ แว็กซ์ฟรี ต้องการระยะเวลาปลอดฝนสั้นมาก เพียง 3-5 นาทีเท่านั้น
แล้วแต่ชนิดของพืช

ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น
     เพราะ แว็กซ์ฟรี คือ สารเสริมประสิทธิภาพ ที่มีซิลิโคนเป็นองค์ประกอบ (Silicone Base) ที่มีชื่อทางเคมีว่า Poly Dimethyl Siloxane ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษ สามารถซึมผ่านชั้นไขมันที่ผิวใบได้ดีกว่า
สารเสริมประสิทธิภาพทั่วไป มีความสามารถลดแรงตึงผิวที่จุดสัมผัสสูงมาก ทำให้เกิดการแผ่กระจายที่ดี
แม้ใช้ในอัตราต่ำ มักจะถูกเรียกโดยทั่วไปว่า Super Wet และที่สำคัญที่สุด แว็กซ์ฟรี ไม่ทำลายนวล หรือ
ไขมันที่ผิว หมายความว่า หลังจากฉีดพ่นภายใน 35 นาที นวลของใบหรือผลจะกลับมาเหมือนเดิม

จุดเด่นของแว็กซ์ฟรี
  • ไม่ต้องการระยะเวลาปลอดฝน แต่ขณะฉีดพ่นฝนต้องไม่ตก
  • ไม่ทำลายไขและผิวใบ
  • มีความสามารถในการทำให้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชชนิดที่เป็นน้ำมันหรืออีมัลชัน เข้ากันกับน้ำที่ใช้ฉีดพ่นได้ดี และช่วยแผ่กระจายที่ผิวใบ โดยไม่ทำลายไข หรือนวลที่ใบพืช ส่งเสริมให้พืชได้รับสารที่ใช้ฉีดพ่นได้มากขึ้น
การทำงานของแว็กซ์ฟรี

      แว็กซ์ฟรี จะช่วยให้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืช รวมทั้งปุ๋ยทางใบ เข้ากันกับน้ำที่ใช้ผสมฉีดพ่นได้ดี 
และเมื่อฉีดพ่นลงไปที่ใบหรือลำต้น แว็กซ์ฟรีจะช่วยลดแรงตึงผิวที่จุดสัมผัส ทำให้เป็นการแผ่กระจาย และแทรกซึมเข้าสู่ภายในใบพืชเลยโดยตรง โดยซึมผ่านชั้นใบหรือนวลของพืชที่ใบ โดยไม่มีการทำลาย
ไขหรือนวล


อัตราการใช้ 

       ใช้ 1-3 ซีซี เท่านั้นขึ้นอยู่กับชนิดของใบพืช

ช่วงเวลาที่ใช้

       ใช้ได้ตลอดทั้งปี หรือทุกครั้งที่มีการฉีดพ่นสารทางใบ เช่น ปุ๋ยทางใบ ,ธาตุอาหารรอง-อาหารเสริม,
ฮอร์โมน, สารป้องกันกำจัดศัตรูพืช,สารกำจัดวัชพืช โดยเฉพาะในฤดูฝน เนื่องจากต้องการระยะปลอดฝน สั้นมาก (5 นาที)

หมายเหตุ : แว็กซ์ฟรี สามารถใช้ได้ตลอดทั้งปี ถ้ามีความประสงค์จะใช้

รหัสสินค้า 50104
ขนาด 500 ซีซี
ราคาเต็ม 1,100 บาท
ราคาสมาชิก 825 บาท (577.50 PV)
รหัสสินค้า 50105
ขนาด 1,000 ซีซี
ราคาเต็ม 2,100 บาท
ราคาสมาชิก 1,575 บาท (1,102.50 PV)

ปุ๋ยสำหรับพืชชนิดต่างๆ 

ปุ๋ยทุเรียน


ปุ๋ยมะม่วง


ปุ๋ยสับปะรด


ปุ๋ยลำไย


ปุ๋ยมันสำปะหลัง

ปุ๋ยอ้อย


สูตรปุ๋ยยังมีอีกมากมายนะคะ  สอบถามรายละเอียดทักแชตไลน์ได้เลยนะคะ

รับปรึกษาปัญหาพืชทุกชนิด ฟรี!
สนใจสมัครตัวแทนหรือสั่งซื้อ 
ติดต่อ Line@ : @giffarineshops
สั่งซื้อออนไลน์ หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
โทร. 098-2499463  /Line@ : giffarineshops




ผลิตภัณฑ์มาใหม่ล่าสุด 2563 !!!

กิฟฟารีน วีแกน มัลติ แพลนท์ โปรตีน GiffarineVegan

กิฟฟารีน วีแกน มัลติ แพลนท์ โปรตีน GiffarineVegan ใหม่!! โปรตีนคุณภาพจากพืช  Giffarine Vegan Multi Plant Protein ที่จะทำให้คุณ อิ่ม อร่อย ได...